 |
 |
 |
พื้นที่สีเขียว ลดหรือเพิ่ม อยู่ที่ตัวเรา |
|
 |
 |
ในปัจจุบันปัญหาโลกร้อน กำลังเป็นเรื่องใหญ่ที่หลายๆคนตระหนักและตื่นตัว โลกร้อนนำปัญหามากมายมายังคนทุกคนบนโลก ไม่ว่าจะเรื่องอุณหภูมิที่สูงขึ้นของโลกซึ่งทำลายระบบนิเวศวิทยาของสัตว์ต่างๆ
ปัญหาน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ล้วนแล้วแต่กำลังย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้กับมนุษย์ในปัจจุบัน จากปัญหาที่เกิดขึ้นมีปัจจัยหลักที่สำคัญ ก็คือการตัดไม้ทำลายป่า
การทำให้พื้นที่สีเขียวของโลกลดลงนั่นเอง แต่จะทำอย่างไรดีในเมื่อมนุษย์เรายังคงต้องบริโภคต้นไม้ทุกๆวัน โดยเฉพาะการนำต้นไม้มาทำกระดาษ.....
ทุกวันนี้คนไทยเราใช้กระดาษกันปีละ 3.5 ล้านตัน หรือเฉลี่ย คนละ 56 กิโลกรัมต่อปี ตัวเลขนี้อาจดูน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่บริโภคกระดาษมากที่สุดในโลกอย่างสหรัฐอเมริกาที่สูงถึง 312 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
หรือประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นที่บริโภคกระดาษ 250 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
แต่รู้มั้ยว่าเพียงแค่นี้ในปี 2550 เราได้บริโภคกระดาษพิมพ์เขียนไปแล้วถึง 964,000 ตัน เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 13% ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2546-2550
ในเมื่อเรายังไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษได้ซะทีเดียว สิ่งที่ช่วยกันได้ก็คือ การปรับพฤติกรรมตัวเราเอง ส่วนจะมีอะไรบ้าง เราลองมาดูกัน |
|
|
|
 |
 |
1. การใช้กระดาษเท่าที่จำเป็น
เรามาช่วยกันใช้กระดาษแต่ละแผ่นให้คุ้มค่ากันดีกว่า โดยใช้กระดาษทั้งสองด้าน ลองนึกดู ถ้าเราทุกคนใช้กระดาษทั้งสองด้านแทนการใช้กระดาษเพียงด้านเดียว จะช่วยลดปริมาณผลิตกระดาษใหม่ได้อีกเท่าตัว
นอกจากนี้เราต้องไม่ทิ้งกระดาษใช้แล้วปะปนกับขยะอื่น ๆ และไม่ฉีกกระดาษออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แยกขยะกระดาษออกจากขยะอื่น ๆ เพื่อง่ายต่อการนำกลับมารีไซเคิลต่อไป |
|
 |
 |
2. หันมาใช้สื่ออีเลกทรอนิกส์
โลกปัจจุบันมีทางเลือกที่จะนำเสนองานได้อย่างหลากหลาย ในทุกๆบ้าน ทุกๆสถานที่ล้วนใช้งานคอมพิวเตอร์ การผลิตสื่ออิเลคทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ ซีดีรอม
ต่างสามารถนำเสนอข้อมูลที่เราต้องการได้เหมือนกับการใช้กระดาษผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ดังนั้นเราอาจจะต้องหันมามองสิ่งที่เราจะผลิตออกไป ว่าบ้างครั้งอาจจะไม่ต้องผลิตด้วยกระดาษแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น |
|
 |
 |
3. การเปลี่ยนมาใช้กระดาษรีไซเคิล
จากข้อมูลของ GrassRoots Recycling Network ในปี 2000 ระบุว่า กระบวนการรีไซเคิลกระดาษนั้นสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่ากระบวนการผลิตใหม่ถึง 4-5 เท่า
โดยกระดาษรีไซเคิล 1 ตัน สามารถรักษาชีวิตต้นไม้ไว้ได้ 24 ต้น ลดการใช้น้ำได้ 50% และลดการใช้พลังงานซึ่งพอเพียงต่อการเปิดไฟในบ้านให้ส่องสว่างได้นานถึง 6 เดือนเลยทีเดียว
การนำกระดาษเก่ามาผลิตกระดาษใหม่แทนการใช้ต้นไม้ จะช่วยลดมลภาวะทางอากาศได้ถึง 74% และหลีกเลี่ยงมลภาวะทางน้ำได้อีก 35%
แต่อย่างไรก็ตาม การรีไซเคิลกระดาษนี้ทำได้มากสุด 4-6 ครั้ง เท่านั้น เนื่องจากทุกครั้งที่ผ่านการรีไซเคิลเยื่อกระดาษจะสั้นลงเรื่อย ๆ ทำให้คุณภาพลดลง และต้องเติมเยื่อกระดาษใหม่ลงไปด้วย
ดังนั้นการลดปริมาณการใช้กระดาษก็ยังเป็นสิ่งที่เราควรร่วมด้วยช่วยกัน และที่สำคัญเมื่อใช้กระดาษจนคุ้มค่าสุด ๆ แล้วเนี่ย อย่าลืม แยกขยะกระดาษออกจากขยะอื่น ๆ เพื่อง่ายต่อการนำกลับมารีไซเคิลต่อไปด้วยนะ |
|
 |
 |
นอกจากนี้ คุณสมชาย ดำขำ เจ้าของและผู้บริหาร Rabbit4Print ให้ทัศนะที่น่าคิดอย่างหนึ่งว่า |
|
 |
 |
“การอนุรักษ์ไม่ใช่แค่เรื่องของกระดาษ หรือการพยายามไม่ใช้กระดาษ แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการมากกว่า อย่างกระดาษรีไซเคิลสำหรับผมนะก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ลองคิดดูว่ากว่าจะได้กระดาษรีไซเคิล ต้องจัดเก็บ นำมาผลิตเอาเยื่อมาสานไหม ใช้พลังงานไฟฟ้าเท่าไหร่ กว่าจะได้กระดาษรีไซเคิลออกมา แถมราคาก็ไม่ใช่ว่าถูก การจะอนุรักษ์พลังงาน หรือทรัพยากรคือการจัดการกับตัวเราเองมากกว่า ใช้อย่างประหยัด ใช้อย่างไร ต้องการเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น อย่างในเรื่องของการพิมพ์ เขาเรียกกันว่า Print on demand หรือการสั่งผลิตงานตามความต้องการจริงๆ อย่างที่ผมทำอยู่ทุกวัน นี่คือการ save ทรัพยากรอย่างมหาศาล คุณเชื่อไหมว่าการพิมพ์อ๊อฟเซ็ตที่มีมา มันทำลายกระดาษไปมากขนาดไหน บางทีคุณต้องการงาน 300 เล่ม แต่ด้วยข้อบังคับของการพิมพ์อ๊อฟเซ็ต ที่ต้องพิมพ์เป็น 1,000 เล่มขึ้นไปถึงจะเปิดไลน์ผลิตได้ ถามว่าคุณได้ใช้หนังสือ 1,000 เล่มไหม คำตอบก็คือไม่ เพราะคุณก็ใช้แค่ 300 เล่มเท่าเดิม แต่คุณได้ทำลายกระดาษจากการผลิตหนังสือไปอีก 700 เล่ม ซึ่งบางทีก็วางกองไว้ ไม่ได้ใช้งาน เอาไปแจก เอาไปทิ้งๆขว้างๆ นี่แหละคือการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ทรัพยากรถูกเอามาทิ้ง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ในระบบการพิมพ์ดิจิตอลแบบผม คือคุณอยากได้ 300 ก็พิมพ์ 300 นี่เป็นการใช้เท่าที่จำเป็น ระบบที่ผมทำอยู่เป็นการช่วยรักษาทรัพยากรที่ดีอีกทางหนึ่งทีเดียว และที่สำคัญไม่ใช่แค่การ Print on demand เท่านั้น ผมเองยังทำระบบการสั่งงานพิมพ์ออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ หรือ Web to Print ซึ่งคุณแค่อยู่หน้าเครื่องของคุณ คลิกเมาส์ไม่เกิน 4 ที คุณก็นั่งรองานที่คุณสั่งอยู่ที่หน้าจอของคุณเอง ไม่ต้องลุกไปไหน ผมจัดการให้เองหมดทุกอย่าง คุณลองคิดดูว่าไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน ฝ่ารถติดๆเข้ามา จะดีกับคุณแค่ไหน จะดีกับทรัพยากรของโลกแค่ไหน ไม่ใช่แค่กระดาษเท่านั้น น้ำมันที่แพงๆก็ใช้ลดลง ถ้าทุกคนสั่งงานออนไลน์อย่างที่ผมทำอยู่........” |
|
 |
 |
จริงๆแล้ว เรามีวิธีการจัดการกับการอนุรักษ์หลายๆอย่าง อย่ามองแต่ว่าเป็นเรื่องของกระดาษแต่เพียงอย่างเดียว ตัวเราเองกับพฤติกรรมในการบริโภคต่างหากเป็นเรื่องสำคัญ มีวิธีในการอนุรักษ์มากมาย ขอแค่เราได้ศึกษาและลองปรับใช้ดู ปัญหาโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันอาจจะมีแนวโน้มที่ดีกว่าเป็นอยู่ วันนี้เริ่มจากการปรับทัศนคติที่ถูกต้องของตัวเราเองก่อน เชื่อได้เลยว่าวันข้างหน้าเมื่อทุกๆคนช่วยกันโลกที่เราอยู่จะสวยงามและกลับมามีสีเขียวได้อีกครั้ง |
|
 |